ไอ.ที.แอดแวนเทจ : I.T.Advantage : Professional IT Solution

ผู้จำหน่าย วางระบบ ซ่อม ดูแล คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ระบบบาร์โค้ด ระบบเครือข่าย โปรแกรมลิขสิทธิ์ ตัวแทนจำหน่ายโปรแกรมบัญชีเอ็กซ์เพรส ที่เชี่ยวชาญมานาน กว่า 18 ปี

Slideshow Image Slideshow Image Slideshow Image Slideshow Image Slideshow Image Slideshow Image Slideshow Image
Today: 9
Yesterday: 18
This Week: 71
Total: 445944

Your IP: 54.224.18.114

ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

มี 6 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป เอ็กซ์เพรส express

ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control)

        ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจากระบบซื้อและระบบขายสินค้า

1. สามารถกำหนดคลังสินค้าได้หลายคลัง โดยไม่จำกัดจำนวน และคิดต้นทุนแยกตามคลังได้ซึ่งเหมาะนำไปใช้กับคลังสาขา

express-t-stock-location 

2. สามารถเลือกวิธีการคิดต้นทุนได้ 2 แบบ ได้แก่
        - แบบต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Weighted Average)
        - แบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO = First-In-First-Out)

3. รองรับการขายสินค้าเป็นชุด (Component set=สินค้าที่มีส่วนประกอบตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป) เพียงแต่กำหนดว่าสินค้าชุดนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เมื่อบันทึกการขายโปรแกรมจะตัดส่วนประกอบในสต็อกให้เองอัตโนมัติ

4. ในสินค้าชุดสามารถเลือกตัดส่วนประกอบและพิมพ์ส่วนประกอบในบิลได้ เพียงแต่กำหนดเป็นชุดพิเศษ

5. สามารถเลือกได้ว่าต้องการแสดงราคาขายที่ตัวสินค้าชุด หรือที่ส่วนประกอบ

6. ในการซื้อสินค้าชุด โปรแกรมจะทำการแตกย่อยเป็นส่วนประกอบและเพิ่มในสต็อกให้ทันที

7. การเพิ่มสินค้าชุดใหม่ที่มีส่วนประกอบคล้ายกับสินค้าชุดเดิม สามารถดึงสินค้าชุดเดิมมาแก้ไข-เพิ่มเติมได้ทันที

8. สินค้าชุด 1 ชุด มีส่วนประกอบได้ 999 รายการ

9. สามารถกำหนดหน่วยนับซื้อ, หน่วยนับขาย ต่างกับหน่วยนับหลักได้ (หน่วยนับที่เก็บไว้ในสต็อกและเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด) แต่ต้องมีอัตราส่วนที่สัมพันธ์กับหน่วยนับหลัก และมีทศนิยมได้ถึง 4 ตำแหน่ง

10. สินค้าที่เก็บเป็นหน่วยใหญ่และย่อย สามารถพิมพ์รายงานแสดงหน่วยได้ 2 ระดับ เช่น ยอดคงเหลือ 5 ลัง 4 ซอง

11. มีตารางหน่วยนับเพื่อกำหนดอัตราส่วนต่อหน่วยนับหลักไว้ล่วงหน้า ทำให้สะดวกในการเรียกใช้ และควบคุม

12. ระบบสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการซื้อหรือนำเข้า มาเฉลี่ยเป็นต้นทุนสินค้าเพิ่มได้ เช่น ค่าขนส่ง, ค่าภาษีสรรพสามิต, อากรขาเข้า ฯ

13. สอบถามยอดคงเหลือในสต็อกได้ตลอดเวลา ที่หน้าจอไหนก็ได้(กด Alt-F4) ทำให้ลูกค้าได้คำตอบทันทีโดยไม่ต้องรอนาน และไม่จำเป็นจะต้องออกจากงานที่เรากำลังทำอยู่

14. ในกรณีไม่มีสินค้าในสต็อก เลือกได้ว่าจะให้ยอดสินค้าติดลบหรือไม่ ซึ่งจะให้ติดลบเฉพาะสินค้าหรือทั้งระบบก็ได้ ถ้าเลือกเปิดบิลไปก่อน(ติดลบได้) เมื่อบันทึกรับสินค้าเข้า โปรแกรมจะกระทบยอดสินค้าและต้นทุนย้อนหลังให้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะมีการเปิดบิลขายไปแล้วซักกี่ใบก็ตาม

15. สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้บุคลากรท่านใดทำการตัดสินค้าและติดลบในสต็อกได้บ้าง

16. สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งสินค้าสำเร็จรูป, วัตถุดิบ, สินค้ากึ่งสำเร็จรูป, สินค้าประกอบ และสินค้าบริการ

17. สามารถกำหนดราคาขายของสินค้าได้ 5 ระดับ และพิมพ์รายงาน Price List ได้

18. สามารถกำหนดราคาเสริม สำหรับจัดโปรโมชั่น โดยกำหนดเงื่อนไข (เช่นซื้อ 10 ชิ้น ลด 2%) และกำหนดช่วงวันตามที่เราต้องการ (เช่น ช็อกเซลล์! ลดกระหน่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 กรกฎาคม นี้เท่านั้น)

19. สามารถบันทึกการเบิกหรือรับเข้าสต็อกที่ไม่เกี่ยวกับการซื้อหรือขาย เช่น เบิกวัตถุดิบไปผลิต, รับสินค้าเข้าจากการผลิตฯ

20. สามารถพิมพ์และแก้ไขแบบฟอร์มของเอกสารการเบิกหรือรับสินค้าเข้า ที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ

21. มีระบบควบคุมการตรวจนับสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง

22. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสสินค้าได้ตลอดเวลา

express-t-change-stock-code

23. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสสินค้า หรือชื่อสินค้า และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้

24. มีแฟ้มเก็บสินค้าที่มี Serial No. หรือ Part No. (แยกต่างหาก ไม่เชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ)

25. สามารถจัดแยกกลุ่มการคำนวณต้นทุนสินค้าว่า กลุ่มนี้คำนวณแบบ FIFO และอีกกลุ่มคำนวณแบบถัวเฉลี่ย

26. สามารถจัดแยกกลุ่มการบันทึกบัญชีสินค้า และบัญชีวัตถุดิบ ได้ตามต้องการ

27. สามารถกำหนดจุดสั่งซื้อ (Re-order point) เป็นวัน/เดือน/ปี ตามความเคลื่อนไหวของสินค้า, เพื่อขายงานโครงการ หรือจัดโปรโมชั่นตามเทศกาล

28. สามารถกำหนดจุดสูงสุดของสินค้า (Maximum) แยกตามเดือนหรืองวด ได้ตามต้องการ

29. เตรียมคอลัมน์ วันที่ สำรองไว้ 2 คอลัมน์,ข้อความ 4 คอลัมน์ และจำนวน(ตัวเลข) 1 คอลัมน์ ต่อ 1 สินค้า เผื่อรองรับในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติม

30. สามารถควบคุมสินค้าด้วยรหัสแท่ง (Barcode) และใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดทำการบันทึกซื้อ, ขาย และตรวจนับสินค้า

31. รองรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)อัตราปกติ และกลุ่มที่ได้รับยกเว้น

32. สินค้าในแต่ละคลังสามารถแสดง ปริมาณ, ต้นทุน, มูลค่าสินค้า, ปริมาณค้างรับ, ปริมาณค้างส่ง, ชั้นที่เก็บสินค้า และแผนก ซึ่งทำให้ธุรกิจบางประเภทได้ข้อมูลสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สามารถทราบวัสดุคงเหลือและต้นทุนของวัสดุที่นำไปใช้ในแต่ละไซด์งานได้ทันที

33. สามารถสั่งโปรแกรมให้เตือนเมื่อยอดคงเหลือต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ขณะบันทึกการขายหรือเบิกสินค้า