เทคนิคการใช้งานโปรแกรม พิมพ์ อีเมล

ปีใหม่ทีไร วันที่ไม่อยู่ในงวดทุกที ?

โปรแกรม Express จะเตรียมรอบบัญชีเพื่อรองรับการทำงานให้ทั้งหมด 2 ปี ซึ่งในแต่ละปีควรประมวลผล หากยังไม่สามารถประมวลผลโดยที่รอบบัญชีครบ 2 ปีแล้ว และเกิดปัญหาตอนเข้าโปรแกรม ดังนี้

 

Image

ขั้นตอนการแก้ไข
-    ให้ดูวันที่ของรอบบัญชีที่โปรแกรมแจ้ง ดังรูปรอบบัญชีจะอยู่ในช่วง 01/01/2550 - 31/12/2551
-    เปลี่ยนวันที่ทำการ  ใส่อยู่ในช่วงวันที่ในรอบบัญชี

Image
 
-    หลังนั้นเข้าโปรแกรมได้แล้ว   หากต้องการเดินรายการปีปัจจุบันต่อจะไม่สามารถคีย์ได้ ต้องขยายรอบบัญชี โดยไปที่เมนูเริ่มระบบ/ ข้อ 3 กำหนดรอบบัญชี เปลี่ยนงวดที่ 24 เป็นปีปัจจุบัน  (สามารถกำหนดเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด)

Image
 
**วันที่เริ่มรอบบัญชีไม่ควรเปลี่ยน เพราะจะมีผลทำให้ยอดยกมาและยอดคงเหลือของทุกระบบจะผิด  ระวังกันด้วยนะค่ะ**

 

ปรับขนาดตัวอักษรของ Express ให้อ่านง่ายขึ้น

 

ปกติแล้วเมื่อเรา install โปรแกรมexpressเสร็จค่า default ของตัวโปรแกรม express จะตั้งค่าเป็นขนาดตัวอักษรของเมนูและขนาดตัวอักษรของข้อมูลอยู่ที่ 10 point แต่ถ้าผู้ใช้รู้สึกว่าขนาดของตัวอักษรของโปรแกรมมีขนาดเล็กไปเราสามารถปรับ ขนาดของตัวอักษรให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้  โดยไปเข้าที่หัวข้อ เมนูอื่น->ตั้งขนาดตัวอักษรของเมนูและข้อความบนจอภาพ

 

Image
 
เมื่อเราคลิกเข้ามาค่าdefault ของเมนูนี้จะตั้งไว้ที่ 10 point

Image

ซึ่งเราสามารถปรับขนาดของตัวอักษรได้ด้วยกัน 2 ตำแหน่ง
1.    ขนาดตัวอักษรของเมนู  
ขนาดปกติของโปรแกรม (10 point หนา)

Image

เราสามารถปรับเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ จากตัวอย่างผมจะขอปรับให้มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็น
12 point(หนา)

Image

แต่สำหรับบางท่านอาจไม่ชอบตัวหนาอาจเปลี่ยนเป็น 12 point(บาง)ก็สามารถทำได้

Image
     
2.    ขนาดตัวอักษรของข้อมูล
ขนาดปกติของโปรแกรม (10 point บาง)

Image

เช่นเดียวกันครับเราสามารถปรับขนาดตัวอักษรของข้อมูลได้เช่นกันในที่นี้ผมขอยกตัวอย่าง  10point(หนา)ซึ่งเป็นขนาดใหญ่สุดที่โปรแกรมสามารถปรับได้แล้ว

Image
      
     ขออธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อการปรับขนาดตัวอักษร
         
Image

-    Apply (เฉพาะตัวฉัน) หมายถึง ปรับเปลี่ยนขนาดตัวอักษรของเมนูและตัวอักษรของข้อมูล      เฉพาะUser ที่ login เข้าโปรแกรมเท่านั้น
-    Apply ให้คนในกลุ่มของฉัน(ที่ยังไม่เคยถูก Set) หมายถึง ปรับเปลี่ยนเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานระบบของ User ที่ login เข้าในโปรแกรมเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เข้าโปรแกรมด้วยbit9และbit9 นั้นอยู่ในกลุ่ม แผนกบัญชี ถ้าเราเลือกตัวข้อนี้จะมีผลกับ User ท่านอื่นที่อยู่ในกลุ่มแผนกบัญชีเท่านั้น
-    Apply ให้กับทุกคน(ที่ยังไม่เคยถูกSet) หมายถึง ปรับเปลี่ยนให้กับทุกคนที่ยังไม่เคยเข้ามาปรับเปลี่ยนในหัวข้อนี้เลย

 

วิธีการปิดประมวลผลสิ้นปีในโปรแกรม Express

 

ในบทความนี้จะแนะนำวิธีการปิดประมวล ซึ่งเป็นการปิดบัญชีของปีเก่า เพื่อให้โปรแกรมทำการคำนวณหายอดกำไรขาดทุน ลบข้อมูลของปีเก่า รวมถึงการยกยอดบัญชีคงเหลือของปีเก่าไปยังปีใหม่ ซึ่งจะเป็นวิธีการปิดประมวลอย่างถูกต้อง และสามารถปฏิบัติตามได้อย่างรวดเร็ว

(คุณสามารถศึกษาขั้นตอนการปิดประมวผลอย่างละเอียดได้จาก คู่มือการใช้งานโปรแกรม Express หน้า 353)

 

1.    ทำการกำหนดบริษัทใหม่เพื่อแยกข้อมูลของปีใหม่ไว้ในอีกที่เก็บข้อมูลหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราสามารถดูข้อมูลของปีเก่า และปีใหม่เปรียบเทียบกันได้ตลอดเวลา โดยให้เข้าที่เมนูเริ่มระบบข้อ 8 จากนั้นทำการเพิ่มข้อมูล โดยป้อนชื่อข้อมูลตามที่ต้องการ เช่น ข้อมูล 50 ข้อมูล 51 ที่สำคัญคือ ในช่องที่เก็บข้อมูล จะต้องกำหนดเป็นชื่อใหม่ ห้ามซ้ำกับที่เก็บข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

จากนั้นโปรแกรมจะให้เราเลือกแหล่งของข้อมูลที่จะดึงมาใช้ ให้เราเลือกข้อ 2 คัดลอกข้อมูลจากบริษัทเดิม (ตรงนี้จะต้องไม่มีใครใช้งานข้อมูลบริษัทที่เราจะคัดลอก) จากขั้นตอนนี้เราจะได้ข้อมูลที่เหมือนกัน 2 ข้อมูล

Image

Image

Image

ให้เราเปลี่ยนบริษัทเข้าไปยังที่เก็บข้อมูลใหม่  ใช้เมนูอื่นๆ ข้อ 8 เปลี่ยนบริษัท และเลือกไปยังข้อมูลที่เราสร้างขึ้นมาใหม่


2.    เข้าไปตรวจเช็คข้อมูลในส่วนของ เริ่มระบบ 3 กำหนดรอบบัญชี  สมมติว่าตอนนี้วันที่เริ่มรอบบัญชีเป็นวันที่ 01/01/50  การปิดประมวลผล โปรแกรมจะประมวลให้ถึงงวดที่12 ให้เราตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่างวดที่ 12 จะต้องเป็นวันที่สิ้นปีของปีที่ปิดประมวลผล เช่น จากตัวอย่างวันที่เริ่มรอบบัญชีเป็นวันที่ 01/01/50 ดังนั้นงวดที่ 12 จะต้องเป็นวันที่ 31/12/50 ทั้งนี้เพื่อให้โปรแกรมยกยอดไปยังวันเริ่มรอบบัญชีใหม่อย่างถูกต้อง  

Image

ซึ่งหลังประมวลผลเสร็จเรียบร้อย โปรแกรม Express จะเปลี่ยนวันที่เริ่มรอบบัญชีใหม่ (ในหน้าจอกำหนดรอบบัญชีนี้) ให้เป็นวันที่ 01/01/51 โดยอัตโนมัติ


3.    หลังจากตรวจสอบรอบบัญชีเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการตรวจสอบข้อมูล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าว่าข้อมูลมีการอัพเดทล่าสุดแล้ว (เช่น ในกรณีที่ใช้งาน Express บนระบบแลน หรือมีจำนวนเครื่องที่เข้ามาป้อนข้อมูลในโปรแกรม Express มากกว่า 1 เครื่อง) โดยเริ่มจากการจัดเรียงข้อมูล (เข้าที่เมนูอื่นๆ ข้อ 1 จัดการแฟ้มข้อมูล ข้อ 6 จัดเรียงข้อมูล) โดยจัดเรียงทุกระบบ เสร็จแล้วคำนวณในส่วนของเจ้าหนี้และลูกหนี้ใหม่ (ที่เมนูซื้อข้อ 8 คำนวณเจ้าหนี้ และเมนูขายข้อ B คำนวณลูกหนี้) อัพเดทยอดสินค้าจากเมนูสินค้าข้อ 7/4 คำนวณยอดสะสม/คงเหลือ/ลงบัญชี และอัพเดทยอดทางบัญชีใหม่ (ที่เมนูบัญชี ข้อ A) ถ้าใช้เฉพาะทางด้านบัญชีอย่างเดียวก็คำนวณเฉพาะเมนูบัญชีข้อ A

Image

Image

Image

Image

Image

ในกรณีที่คุณใช้โปรแกรม เป็นเวอร์ชั่นที่รองรับตามประกาศกรมสรรพากร (Express DOS 5.5 หรือ Express for Windows 1.5) จะต้องเข้าไปผ่านรายการในสมุดรายวันโดยผ่านตั้งแต่ต้นงวดบัญชี จนถึงวันที่เราจะประมวลผล

จากนั้นก็สำรองข้อมูลไว้อีกสักชุดกันพลาด (สั่งสำรองข้อมูลจากเมนูอื่นๆ 1.1 สำรองข้อมูล)

4.    ขั้นตอนสุดท้าย เข้าเมนูอื่นๆ ข้อ 4 ประมวลผลสิ้นปี ทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมแจ้งได้เลย (ขั้นตอนนี้ถ้ายังใช้เป็นเวอร์ชั่นดอส อาจจะมีการเรียกตรวจสอบแผ่นโปรแกรมก็ให้ใส่แผ่นที่ 1 และเครื่องที่จะประมวลผลจะต้องเป็น Windows98หรือ Windows Me เท่านั้น)
    
ถ้าคุณใช้โปรแกรม Express for Windows ในระหว่างการปิดประมวลผล จะมีหน้าจอแสดงรอบบัญชีที่จะปิดประมวลผลขึ้นมาให้คุณตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

Image

แต่หากคุณใช้โปรแกรม Express DOS โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรอบบัญชีของปีใหม่เท่านั้น ซึ่งให้คุณกด สั่งปิดประมวลผลได้เลย (ตรงนี้จะเป็นจุดที่เกิดข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เพราะมักจะมีการเข้าใจผิดว่าจะต้องใส่เป็นรอบบัญชีของปีเก่าที่จะปิดประมวลผล ดังนั้นขอให้ใช้ความระมัดระวังในขั้นตอนนี้)

หลังจากประมวลผลสิ้นปีเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ใช้ข้อมูลที่ประมวลผลนี้คีย์งานต่อไปได้เลย ส่วนข้อมูลเดิมในอีกที่เก็บข้อมูลหนึ่ง ก็เอาไว้ใช้สำหรับดูข้อมูลในปีเก่า

 

สร้างงบการเงินแบบแสดงเปอร์เซ็นต์ และแยกสกุลเงิน

บทความนี้เราจะมาดูวิธีการสร้างงบการเงินกันบ้าง  จะขอยกตัวอย่างการสร้างงบการเงิน 2 แบบนะค่ะ
แบบแรก  ขอยกตัวอย่างการสร้างงบกำไรขาดทุนให้แสดงอัตราเปอร์เซนต์ด้วย  โดยจะใช้ยอดรายได้รวมเป็นฐาน
อันดับแรกก็ไปที่เมนูบัญชี เลือกข้อ 9 สร้างงบการเงิน  จากนั้นให้กด Ctrl+L  แล้วเลือกงบการเงินที่ต้องการ ในที่นี้ขอยกตัวอย่างเป็นงบกำไรขาดทุนแบบ Perptual  ให้คลิกตลงเพื่อเลือกงบ

 

Image


จากนั้นให้คลิกที่คำสั่ง แก้ไขข้อมูล  แล้วคลิกมาตรงบรรทัด   พิมพ์ %   ให้กำหนดเป็น    Y

Image

จากนั้นให้คิลกที่  Item Report [F8]  จะปรากฎเป็นโครงสร้างงบการเงิน  ในที่นี้เราจะใช้ยอดรวมรายได้เป็นฐานในการคำนวณอัตรา %  ก็ให้คลิกเลือกบรรทัดที่เป็นรวมรายได้  แล้วให้คลิกขวาเลือกแก้ไขข้อมูล  ให้ไป
ใส่เครื่องหมาย  ‘+’  ที่ช่อง  ‘%’    

Image

จากนั้นก็ save ข้อมูล แล้วทำการคลิกที่  Printer  สีเหลืองเพื่อสั่งพิมพ์หน้างบก็จะได้ดังรูป

Image

แบบที่สอง  ให้หน้างบแสดงจำนวนเงินเป็นสองสกุลค่ะ เช่น เป็น บาท  กับ  U$  ในที่ขอยกตัวอย่างเป็นงบดุลดูบ้างนะค่ะ  ก็ให้ไปที่เมนูบัญชีข้อ 9 สร้างงยการเงิน  กด  Ctrl+L เลือกงบดุลแบบ  Perpetual นะค่ะ  และสมมุติว่าอัตราแลกเปลี่ยน 1 U$ = 33.25 บาทก่อนนะค่ะ
วิธีการสร้างงบออกเงิน สองสกุลง่ายที่สุด  ให้นำตัวเลขที่คอลัมน์ที่ 1 ซึ่งเป็นจำนวนเงินบาท มา หารกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เรากำหนดไว้   ดังนั้นในบรรทัด  ฟิลด์/สูตร  ของคอลัมน์ที่ 2 ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่ต้องการให้ออกจำนวนเงินเป็น U$  ให้กำหนดเป็น   C1/33.25  ส่วนบรรทัดส่วนหัว ให้กำหนดตามที่ต้องการให้แสดงเวลาพิมพ์งบการเงินได้เลยนะค่ะ

Image

จากนั้นก็ save ข้อมูล แล้วทำการคลิกที่  Printer  สีเหลืองเพื่อสั่งพิมพ์หน้างบก็จะได้ดังรูป

Image

เพื่อเท่านี้เราก็จะได้งบการเงินที่แสดงยอดเงินสองสกุลแล้วนะค่ะ  
ซึ่งวิธีการสร้างงบทั้ง  2  แบบนี้สามารถนำไปประยุกต์กับงบอื่น ๆ ได้ หรือสกุลเงินอื่น ๆ ได้ด้วยนะค่ะ  

 

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความชิ้นนี้ กรุณาฝากคำถามไว้ที่ เว็บบอร์ด

 

วิธีคิดค่าเสื่อมราคาของโปรแกรม Express

บทความนี้ เราจะมาดูในเรื่องของการคิดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินกันนะค่ะ เนื่องจากทรัพย์สินถาวรเป็นบัญชีที่มีความพิเศษกว่าบัญชีทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบหรือสินค้าคงเหลือ นั่นคือ ทรัพย์สินถาวรมีการเสื่อมสภาพ และสามารถนำค่าที่เกิดจากการเสื่อมสภาพมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้  ในโปรแกรม Express คุณสามารถบันทึกรายการทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณครอบครองอยู่ ซึ่งโปรแกรมจะคำนวณค่าเสื่อมราคาและบันทึกบัญชีให้โดยอัตโนมัติ บางท่านอาจจะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าเสื่อมของตัวโปรแกรมใน แต่ละวิธี ว่ามีหลักการในการคำนวณในรูปแบบไหน  จึงขออธิบายหลักการ ในการคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ในแต่ละวิธี ดังนี้

วิธีคิดค่าเสื่อม ของโปรแกรม Express จะมีให้เลือก 3 แบบ
1. วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)
คิดค่าเสื่อมโดยเอาอายุการใช้งานเป็นจำนวนปีมาหาร  ทำให้ได้ค่าเสื่อมราคาเท่ากันทุกปี เป็นวิธีที่นิยมใช้กัน ตัวอย่างเช่น  คอมพิวเตอร์มูลค่า 10,100.-  มูลค่าซาก 100.-  อายุการ
ใช้งาน 5 ปี ดังนั้นอัตราค่าเสื่อม = 100/5 = 20.00% ค่าเสื่อมราคา จะเป็นดังนี้

Image

โปรแกรมจะคำนวณโดยใช้สูตรการคำนวณดังนี้  
(ราคาซื้อ - ราคาซาก) *  %อัตราค่าเสื่อม

กรณีคิดค่าเสื่อมรายเดือน
ถ้าเป็นกรณีที่คำนวณค่าเสื่อมราคาเป็นรายเดือน แล้ววันที่ซื้อหรือวันที่เริ่มคำนวณค่าเสื่อม อยู่ระหว่างเดือน (คือ ไม่ได้คิดค่าเสื่อมราคาทั้งเดือน) โปรแกรมจะคำนวณโดยใช้สูตรการคำนวณดังนี้  
(ราคาซื้อ - ราคาซาก) *  %อัตราค่าเสื่อม / จำนวนวันทั้งหมดในปีนั้น * จำนวนวันในเดือนที่คิดค่าเสื่อมราคานั้น
ตัวอย่าง  เช่น  ซื้อคอมพิวเตอร์ วันที่ 15/01/50 เริ่มใช้วันที่ 15/01/50 ราคา 25,000 บาท ราคาซาก 1 บาท  อายุการใช้งาน 5 ปี  อัตรา 20% ดังรูป

Image

โปรแกรมจะคำนวณค่าเสื่อมของเดือนแรกที่มีการซื้อดังต่อไปนี้
(25,000 -1) *20% / 365 *17 = 232.87  แสดงให้เห็นดังรูป

Image

2.  วิธีลดยอด (The Constant Percentage of Declining Book-Value Method)
หรือเรียกเต็มๆ  ว่า วิธีอัตราคงที่ของราคาตามบัญชีที่ลดลง วิธีนี้จะคำนวณหาอัตราค่าเสื่อมราคาที่คงที่ไว้ แล้วนำอัตรานั้นมาคูณกับราคาตามบัญชี ณ วันต้นรอบบัญชีของปีนั้นๆ เพื่อให้ได้ค่าเสื่อมประจำปี
สูตรการหาอัตราค่าเสื่อมราคาคงที่   =   100 x (1 - รากที่ n ของ (ราคาซาก/ราคาทุน))
โดยที่  n = จำนวนปี
ตัวอย่างเช่น
เครื่องจักรมูลค่า 10,100.-     มูลค่าซาก 100.-   อายุการใช้งาน 5 ปี
ดังนั้นอัตราค่าเสื่อมราคาคงที่    = 100 x (1 – รากที่ 5 ของ (100/ 10,100))
= 100 x (1 - .397))
= 60.27
ค่าเสื่อมแต่ละปีจะเป็นดังนี้

Image

หมายเหตุ :    การคำนวณด้วยวิธีนี้ หากราคาซากกำหนดไว้น้อย  จะมีผลทำให้เปอร์เซ็นอัตราค่าเสื่อมสูงขึ้นมาก  ดังนั้นจึงควรกำหนดราคาซากให้เหมาะสมตามจริง (ไม่ใช่กำหนดเป็น 1 บาท)

3.  คิดค่าเสื่อมต่อปีเอง
เป็นการคิดค่าเสื่อมจากผลผลิต หรือ ชั่วโมงทำงาน  วิธีนี้โปรแกรมจะไม่คำนวณค่าเสื่อมให้ คุณจะต้องป้อนจำนวนค่าเสื่อมงวด 1-24 เอง โดยไปแท็บที่ 2  คลิกแก้ไข แล้วป้อนค่าเสื่อมแต่ละงวดเข้าไปเอง




การคิดค่าเสื่อมในกรณีพิเศษต่างๆ
1.  ค่าเสื่อมเบื้องต้น
นอกจากการคิดค่าเสื่อมตามวิธีการข้างต้นแล้ว  ตามกฎหมายใหม่ พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่395)  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2545  เป็นต้นไป  กำหนดให้ทรัพย์สินบางประเภท สามารถหักค่าเสื่อมเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินมา ในอัตราต่อไปนี้
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (ไม่รวมโปรแกรม)     40%    ส่วนที่เหลือให้หักได้ใน 3 ปี
อาคารโรงงาน หักเบื้องต้นได้            25%    ส่วนที่เหลือให้หักได้ใน 20 ปี
เครื่องจักรและอุปกรณ์หักได้            40%    ส่วนที่เหลือให้หักได้ใน 5 ปี

ทั้งนี้เฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ที่มีทรัพย์สิน(ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 200 ล้าน และมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน
           ดังนั้นค่าเสื่อมราคาที่คิดในปีแรกของทรัพย์สินเหล่านี้ จะประกอบด้วยค่าเสื่อม 2 ยอดคือ
           1. ค่าเสื่อมราคาเบื้องต้น คือ (ราคาซื้อ X เปอร์เซ็นที่หักได้)
           2. ค่าเสื่อมราคาที่คิดใช้ในปี
จึงต้องมีการกำหนดให้ป้อนค่าเสื่อมราคาเบื้องต้น ที่คำนวณเป็นเงินแล้วในช่องค่าเสื่อมเบื้องต้น เอาไว้ด้วย  เพื่อโปรแกรมจะนำไปใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคาส่วนที่เหลือให้เอง และเมื่อปิดประมวลผลสิ้นปี โปรแกรมจะนำยอดค่าเสื่อมหรือค่าสึกหรอในปีนั้น บวกด้วยค่าเสื่อมเบื้องต้น เพื่อบันทึกเป็นยอดค่าเสื่อมสะสมยกมาปีใหม่ (แต่โปรแกรมจะไม่ลบยอดค่าเสื่อมเบื้องต้นนี้ทิ้ง  เพราะว่าในปีถัดไปจะเก็บไว้คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน  ดังนั้นห้ามลบยอดเงินในช่องนี้ออกค่ะ)

2.  ทรัพย์สินที่ถูกจำกัดการคำนวณค่าเสื่อม
กรณีทรัพย์สินที่นำมาบันทึก เป็นทรัพย์สินที่ถูกจำกัดการคำนวณค่าเสื่อมราคาตามกฎหมาย  เช่น รถยนต์ที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายจะยินยอมให้คำนวณค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ในกรณีนี้ ให้คุณบันทึกข้อมูลตามวิธีการดังต่อไปนี้ โดยในส่วนของราคาซื้อให้ป้อนมูลค่าตามที่ซื้อมาจริง ตัวอย่างเช่น ซื้อรถยนต์ 1 คัน ราคา 1,500,000 บาท ให้คุณป้อนในช่องราคาซื้อ 1,500,000 บาท ส่วนที่เกินอีก 500,000 บาท ให้นำไปป้อนไว้ในช่องราคาซาก ซึ่งจะทำให้โปรแกรมคำนวณค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าทรัพย์สินเพียง 1,000,000 บาทเท่านั้น กรณีข้างต้นนี้สามารถบันทึกข้อมูลในหน้าจอทรัพย์สินถาวรได้ดังรูป

Image

 

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความชิ้นนี้ กรุณาฝากคำถามไว้ที่ เว็บบอร์ด

 
 ไอ.ที.แอดแวนเทจ :: I.T.Advantage :: Professional IT Solution, สงวนลิขสิทธิ์ 2552 โดย บริษัท ไอ.ที.แอดแวนเทจ จำกัด บริหารจัดการโดย Edd Brain Storm